ผู้จัดการ เศรษฐกิจ 50
"ฟิวเจอร์ ฟาร์ม" ผักปลอดพิษชั้นพรีเมียม

ผู้จัดการรายวัน - กระแสใส่ใจสุขภาพของคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้ "ฟิวเจอร์ฟาร์ม" ผักปลอดสารพิษของผู้ประกอบการจาก ต.แม่จัน จ.เชียงราย แจ้งเกิดในซูเปรอ์มาร์เกต ห้างสรรพสินค้าได้เต็มตัว โดยเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภคที่ใส่คุณภาพมากกว่าราคาต่ำ

สุชัย รมยะนันทน์ เจ้าของบรริษัท สยามฟิวเจอร์ฟาร์ม จำกัด เล่าถึงที่มาของธุรกิจว่าส่วนตัวจบการศึกษาด้านวิศวกรรม และเริ่มต้นงานในบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทว่า ส่วนลึกแล้วฝันอยากเป็นเกษตรกร จึงตัดสินใจร่วมกับภรรยา (สุธาพร รมยะนันทน์) หันเหชีวิตขึ้นมาอยู่ที่ ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เพื่อทำฟาร์มไม้ตัดดอกไม้ประดับขาย เมื่อกว่าสิบปีก่อน

ทั้งนี้ ภายในฟาร์มแบ่งพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ปลูกผักปลอดสารพิษไว้กินเองในครอบครัว เช่น ผักสลัด ผักกะหล่ำปลี เป็นต้น กระทั่งมีผลผลิตออกมากจึงลองออกขาย ผลปรากฏว่า ผลตอบรับดีขึ้นเรื่อย ๆ สร้างรายได้จากหลักพัน ขยับเป็นหลักหมื่น และสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนแซงสินค้าพวกดอกไม้ ในที่สุด ปรับธุรกิจมาทำฟาร์มผักปลอดสารพิษทดแทน

“ ตอนนั้นผักปลอดสารพิษถือเป็นของใหม่มาก เราเป็นรายแรก ๆ การแข่งขันจึงมีไม่มากนักทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วตามกระแสรักสุขภาพ ซึ่งผมคิดว่าถึงวันนี้ ตลาดโดยรวมของธุรกิจนี้ขยายไม่ต่ำกว่า 50 – 60% “ สุชัย ระบุทิศทางตลาดจากอดีตถึงปัจจุบัน

 

สุชัย เผยว่า ประมาณปี 2542 ได้เริ่มผลิตจริงจังภายใต้แบรนด์ “ฟิวเจอร์ฟาร์ม” (FUTURE FARM) และปีต่อมา มีช่องทางจำหน่ายเข้าสู่ซูเปอร์มาร์เกตในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เริ่มจาก The Mall และ TOPS และระยะกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้ขยายจนครอบคลุมแทบทุกห้าง ไม่ว่าจะเป็นสยามพารากอน, ดิเอ็มโพเรียม, TESCO LOTUS, FOODLAND, ร้าน Golden Place ฯลฯ นอกจากนั้นผลผลิตประมาณ 20 – 30% ส่งออกไปที่ประเทศญี่ปุ่น

ปัจจุบันการเพาะปลูกแบ่งเป็นปลูกในฟาร์มตัวเอง 3 แห่ง ได้แก่ ใน อ.แม่จัน 2 แห่ง และ อ.พบพระ อีก 1 แห่ง พื้นที่รวมประมาณ 100 ไร่ กับปลูกโดยเครือข่ายลูกไร่ จำนวน 20 ราย พื้นที่ รวมกว่า 200 ไร่ในภาคเหนือ ได้ผลผลิตผักรวมทุกชนิดกว่า 300 ตันต่อปี มีผักทั้งหมดกว่า 10 ชนิด เน้นเป็นผักเมืองหวานหากินได้ยาก เช่น เบบี้บลอกโคลี, ฮ่องเต้น้อย, มะเขือยาวม่วง, คะน้าฮ่องกง, ร็แกเกตสลัด และมินิบ็อกซอย เป็นต้น

ส่วนด้านการผลิต กล่าวได้ว่า “ฟิวเจอร์ฟาร์ม” กว้างมาตาฐานการันตีด้านความสะอาด และปลอดภัย มาครบแทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น GMP, HACCP, ใบรับรอง FOOD SAFETY เป็นต้น โดยการปลูกเน้นวิธีธรรมชาติ เช่น การบริหารศัตรูพืชใช้การปลูกตะไคร้หอม / ดอกดาวเรือนในแปลงผัก และที่สำคัญเมล็ดจะไม่ใช้พันธุ์ GMO เด็ดขาด



อย่างไรก็ตาม ปัญหาของธุรกิจนั้น สุชัยระบุว่า นับแต่เปิดขายการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศจีน ทำให้ผักจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาตีตลาดไทยอย่างหนักหน่วง กระทบยอดขาย “ฟิวเจอร์ฟาร์ม” ลดลงอย่างมาก ผักบางชนิดถึงขั้นต้องเลิกปลูกไปเลย เพราะราคาที่จีนส่งขายยังถูกกว่าต้นทุนที่เขาปลูกเสียอีก

นอกจากนั้น การขนส่งสินค้าไปยังสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างมากประมาณ 7 บาท/กิโลกรัม และยังต้องถูกหักเปอร์เซ็นจากห้างอีกต่อหนึ่ง กำไรจึงเหลือต่อหน่วยน้อยมาก เมื่อบวกกับปัญหาค่าเงินแข็งต่อเนื่อง สินค้าที่เคยส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นถูกชะลอการสั่งไว้ก่อน ทำให้ผลประกอบการรวมของบริษัทปีที่แล้ว (2549) อยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งหักลบต้นทุนแล้วยังขาดทุนอยู่มาก

จากสถานการณ์ดังกล่าว แนวทางปรับตัวนั้นสุชัยระบุว่า พยายามจะเพาะปลูกผักชนิดใหม่ ๆ ให้หลากหลายกว่านี้ เน้นเป็นผักคุณภาพดี มาตรฐานสูงระดับพรีเมียม ซึ่งคู่แข่งทั้งไทย และจีนยังไม่สามารถปลูกได้ เพื่อฉีกหนีการแข่งขันด้านราคาต่ำ เช่น เบบี้บรอกโคลี ที่สามารถผลิตได้รายเดียวในประเทศไทย โดยนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่นในราคากิโลกรัมละเกือบ 3 ล้านบาท หรือเฉลี่ยแล้วเมล็ดละ 6 บาททีเดียว

ส่วนการเพาะปลูกเองจะเลือกเฉพาะผักมูลค่าสูงจำเป็นต้องดูแลมากเป็นพิเศษ ส่วนผักตามท้องตลาดส่งให้ลูกไร่เป็นผู้เป็นผู้เพาะปลูกมากยิ่งขึ้นเพื่อลดต้นทุนการผลิตของตัวเองให้น้อยลง

สุชัย ระบุด้วยว่า การปรับตัวดังกล่าว จำเป็นต้องใช้ทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง จึงได้นำสินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงค์) จำนวน 7 ล้านบาท เพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์ รวมถึงเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการด้วย

“ผมคิดว่าแนวโน้มต่อไป ผักปลอดสารผิดจะเข้ามาแทนที่ผักสดตามท้องตลาดทั่วไป ดังนั้น ผมก็ยึดว่า เราต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า ยึดคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยไว้ และสร้างแบรนด์ของตัวเอง ถึงจะมีคู่แข่งมากเท่าใด แต่สุดท้ายผู้บริโภคจะเป็นผู้เลือกเองว่า เขาต้อการสินค้าของผู้ผลิตรายใด” เจ้าของสยามฟิวเจอร์ฟาร์ม ทิ้งท้ายถึงทัศนคติในการทำธุรกิจ

 
copyright © 2003 all right reserved. all comment are welcome at www.siamfuturefarm.com